"วางคนให้ถูกที่ งานดีมีชัยไปกว่าครึ่ง": ศิลปะการบริหารคนให้เหมาะกับงาน
(Putting the Right Man on the Right Job: The Art of Modern Management)
ในโลกของการทำงาน มีคำกล่าวหนึ่งที่อมตะเสมอคือ "คนคือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด" แต่ความจริงที่สำคัญกว่านั้นคือ "คนจะกลายเป็นสินทรัพย์ได้ ก็ต่อเมื่อเขาได้อยู่ในจุดที่เขาได้โชว์ศักยภาพออกมาเต็มที่" เท่านั้น เหมือนกับการทำข้าวซอยที่ต่อให้วัตถุดิบจะดีแค่ไหน แต่ถ้าสลับหน้าที่กันเอาพริกแกงไปทำขนมหวาน หรือเอาเส้นไปต้มจนเละ รสชาติที่ควรจะนัวก็คงกลายเป็นพังได้เหมือนกัน
1. รู้จัก "งาน" ก่อนรู้จัก "คน"
ก่อนจะมองหาใครมาช่วยงาน เราต้องถอยกลับมาทำความเข้าใจเนื้องานให้ชัดเจนเสียก่อน ผ่าน 2 คำถามสำคัญ:
-
งานนี้ต้องทำอะไรบ้าง? (Job Description): อย่าปล่อยให้หน้าที่คลุมเครือ เพราะความชัดเจนคือจุดเริ่มต้นของประสิทธิภาพ
-
คนแบบไหนถึงจะทำได้ดี? (Job Specification): เราไม่ได้มองหา "คนที่เก่งที่สุดในโลก" แต่เรากำลังมองหา "คนที่เหมาะกับงานนี้ที่สุด" เช่น งานบริหารเครดิตอาจไม่ต้องการคนพูดเก่งที่สุด แต่ต้องการคนที่ละเอียดและซื่อสัตย์ที่สุด
2. สูตรลับ ASK: เลือกคนจากอะไรดี?
การจะดูว่าใคร "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" ลองใช้ไม้บรรทัด 3 ส่วนนี้วัดดูครับ:
-
A - Attitude (ทัศนคติ): เรื่องนี้สอนกันยากที่สุด ถ้าใจไม่รักงานบริการ หรือไม่มีใจที่อยากจะช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ทำงานร่วมกับผู้อื่นลำบาก
-
S - Skill (ทักษะ): ความชำนาญที่ฝึกกันได้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะการใช้โปรแกรม หรือการเจรจาต่อรอง
-
K - Knowledge (ความรู้): ทฤษฎีและข้อมูลที่ต้องมีติดตัวเพื่อให้งานเดินหน้าได้อย่างราบรื่น
3. จิตวิทยา DISC: เพราะคนเราไม่เหมือนกัน
เราต้องยอมรับว่าพนักงานแต่ละคนมี "สไตล์" ที่ต่างกัน การบริหารคนให้เหมาะกับงานจึงต้องใช้การสังเกต:
-
กลุ่ม D (เด็ดขาด): มอบงานที่ต้องตัดสินใจหรืองานที่ต้องลุยให้สำเร็จ
-
กลุ่ม I (ช่างเจรจา): เหมาะกับงานสร้างความสัมพันธ์ งานขาย หรือการประสานงาน
-
กลุ่ม S (มั่นคง): เหมาะกับงานสนับสนุนที่ต้องการความสม่ำเสมอและใจเย็น
-
กลุ่ม C (ละเอียด): เหมาะกับงานตรวจสอบ บัญชี หรือการวิเคราะห์ข้อมูลเครดิตที่ต้องอาศัยความถูกต้อง 100%
4. ความสุขพนักงาน = ผลกำไรองค์กร
เมื่อเราวางคนได้ถูกที่ (Right Man) และถูกเวลา (Right Time) สิ่งที่จะตามมาคือ "ความผูกพันในงาน" (Employee Engagement) พนักงานจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ไม่รู้สึกฝืนที่ต้องมาทำงาน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์และการลดอัตราการลาออก (Turnover Rate) ที่เป็นต้นทุนแฝงของทุกธุรกิจ
บทสรุป
การบริหารคนให้เหมาะกับงานไม่ใช่เรื่องของการออกคำสั่ง แต่คือการ "จัดวางจิ๊กซอว์" ให้แต่ละชิ้นได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อทีมงานเข้มแข็งและอยู่ในจุดที่ใช่ องค์กรก็เหมือนเรือที่มีฝีพายที่รู้ใจกัน พร้อมที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนครับ
เอกสารอ้างอิง (References)
วิเชียร วิทยอุดม. (2563). การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ธนธัช.
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ. (2565). แนวทางการบริหารคนและองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน. สืบค้นจาก https://www.ftpi.or.th
Collins, J. (2001). Good to Great: Why Some Companies Make the Leap... and Others Don't. HarperBusiness.
Drucker, P. F. (2006). The Effective Executive: The Definitive Guide to Getting the Right Things Done. Harper Business.
ภาษาไทย (Thai)